| การทานหลัวผิงไฟพระเจ้า
หรือการถวายฟืนเพื่อจุดไฟผิงแก่พระพุทธรูปนี้ เป็นพิธีที่จัดขึ้นในฤดูหนาว
ทั้งนี้เพราะในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเดือนสี่(ประมาณเดือนมกราคม)อากาศหนาวมาก
ประชาชนเห็นว่าพระเจ้าหรือพระพุทธรูปก็จะหนาวด้วย จึงได้ร่วมกันขนเอาฟืนมากองรวมกันเพื่อจุดไฟให้พระเจ้าไสด้ผิงไฟ
เจ้าอาวาสจะให้พระภิกษุสามเณรหรือศิษย์ทั้งหลายเข้าป่าหาฟืน
โดยเลือกเอาไม้ฟืนที่มีสีขาว ให้ถ่านดี และไม่แตกเวลาติดไฟ
เพื่อใช้เป็นหลัวผิงไฟพระเจ้า ไม้ที่นิยมกันมากได้แก่
ไม้คนทา ไม้โมกมัน ไม้สะคร้อหรือไม้มะขาม เป็นต้น เมื่อได้ฟืนมามากแล้วก็จะถากเปลือกไม้ออกและทอนให้ยาวท่อนละประมาณ
๑ วา ถ้าเป็นท่อนเล็กก็ให้ยาวท่อนละ ๑ ศอก
จากนั้นจึงนับท่อนไม้ให้เท่ากับจำนวนปีพระชนม์ของพระพุทธเจ้า
คือ ๘๐ แล้วมัดไว้เป็นมัด ๆ จากนั้นจึงขนไปรวมกันที่ลานข้างวิหารเรียงกันเป็นวงกลมสุมสูงขึนไป
๑ วา บางครั้งอาจใส่สะโพก(สะโป้ก) หรือลูกแตกที่ทำด้วยท่องไม้ไผ่ไว้ด้วยก็ได้
เมื่อเตรียมกากรแล้ว นำพานข้าวตอกดอกไม้ ฟืนท่อนยาว ๑
วา หนึ่งมัด พร้อมด้วยสำรับอาหาร เมื่อไหว้พระรับศีลเรียบร้อยแล้วก็จะกล่าวคำถวาย
จากนั้นให้เอาฟืนเข้าประเคนหน้าพระพุทธรูปองค์ประธาน ในพิธีการจุดกองไฟหรือกองฟืนนั้น
จะทำในเช้าวันรุ่งขึ้นถัดมาประมาณ ๔ - ๕ นาฬิกา โดยเจ้าอาวาสจะจุดไฟขึ้นเป็นท่านแรกพร้อมกับให้ตีฆ้องไปด้วย
๓ ลา เพื่อให้ประชาชนไสด้รู้และร่วมอนุโมทนาในการบุญครั้งนั้นด้วย
|