ประเพณีทานสลาก

 ประวัติความเป็นมา
เรื่องราวความเป็นมาของการทานสลากนั้น มีมาตั้งแต่ครั้นพุทธกาล เรื่องมีอยู่ว่า
“ครั้งนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร วันหนึ่งมีนางกุมารีผู้หนึ่งได้หอบลูกน้อยหนีนางยักขิณี ผู้ซึ่งมีเวรกรรมต่อกัน วิ่งเข้าไปในวัดขณะที่พระพุทธองค์กำลังแสดงธรรมอยู่นั้น นางกุมารีได้เข้าไปขอความช่วยเหลือ พระพุทธองค์ก็ตรัสว่า “เวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร” แล้วก็เทศนาแก่ทั้งคู่ ให้นางยักขิณีรับศีล 5 นางยักขิณีนั้นก็ถามว่า “เมื่อให้รับศีล ปฏิบัติธรรมจะให้ทำอะไรกิน” นางกุมารีนางนั้นก็ขันอาสาให้ไปอยู่ด้วย นางกุมารีได้อุปการะนางยักขิณี ช่วยกันทำมาหากิน นางยักขิณีซาบซึ้ง จึงตอบแทนโดยเป็นผู้พยากรณ์ แก่นางกุมารี ว่าให้ทำนาปีที่น้ำเยอะ ทำนาที่ลุ่มปีที่แล้ง ทำนาบนดอนปีที่น้ำหลาก จนนางกุมารีมีฐานะมั่งคั่งขึ้น จนชาวบ้านทั่วไปเห็นก็แปลกใจ จึงไปถามนางกุมารี นางก็บอกไปตามความจริง ฉะนั้นชาวบ้านเวลาจะทำอะไรก็ต้องไปถามนางยักขิณี เสียก่อน จนผู้คนมีฐานะดีขึ้นกันถ้วนหน้า
เมื่อผู้คนมีฐานะดีขึ้น จึงนำของมาตอบแทนนางยักขิณีจนมีข้าวของมากมาย นางยักขิณีจึงนำของเหล่านั้นถวายพระ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรถวายพระสงฆ์รูปไหน จึงทำเป็นสลากภัตรขึ้น ให้พระจับเบอร์ด้วยการอุปโลกนกรรม พระสงฆ์รูปไหนจะได้ของอะไรจะมีค่ามากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับโชคของตัวเอง”
การทำสลากภัตรของนางยักขิณีนี้ นับเป็นการทานสลากครั้งแรกในพระพุทธศาสนา
ค่านิยมในการกินสลาก
การทานสลากเป็นค่านิยมที่มีมาแต่โบราณ ที่ทำกันสืบทอดกันมาจนปัจจุบัน ดังนี้
1. ประชาชนว่างจากภาระกิจการทำนา
2. ผลไม้ เช่น ส้มโอ ส้มเขียวหวาน ส้มเกลี้ยง กำลังสุก
3. ประชาชนหยุดพักไม่เดินทางไกลเพราะเป็นฤดูฝน
4. พระสงฆ์จำพรรษาอยู่อย่างพรักพร้อม
5. ได้โอกาสสงเคราะห์คนยากจนเป็นสังคหทาน
6. ถือว่ามีอานิสงส์แรง คนที่ทำบุญสลากมักจะมีโชคลอยมา
7. มีโอกาสหาเงินและวัสดุบำรุงวัด
หากวัดไหนมีงานตั้งธัมม์หลวง ก็จะไม่มีงานสลากภัตร
สลากจะมีอยู่ 2 แบบ คือ
สลากหน้อย คือสลากกระชุเล็ก ๆ ใช้ถวายอุทิศไปให้ผู้ตายหรือถวายเพื่อเป็นกุศลในภายหน้า
สลากก๋วยใหญ่ หรือ สลากโชค ทำถวายเพื่อเป็นพลวปัจจัย ให้มีบุญกุศลมากขึ้น
พิธีถวายสลากภัตร ที่ทำกัน มีอยู่ 3 ประเภทคือ “สลากเอาเส้น” คือประชาชนเป็นผู้จับสลาก แล้วนำเอาไทยทานไปถวาย ส่วนประเภทที่สอง คือ สลากที่พระสงฆ์จับสลากเอาเอง และประเภทที่สาม ก็คือ สลากย้อม เป็นของพี่น้องชาวไทยยอง
และที่นิยมทำกันมากที่สุดก็คือ ให้พระสงฆ์จับสลากเอง
ในวันดา ผู้ชายก็จะจักตอกสานก๋วย หรือกระชุไว้สำหรับใส่ของ ส่วนผู้หญิงก็จะเตรียมข้าวของเครื่องใช้อาหารแห้ง ไว้สำหรับใส่ก๋วย ที่บุด้วยใบตอง และตกแต่งก๋วยเสียบยอด ที่มักจะเป็นธนบัตรตามกำลังทรัพย์
นอกจากนี้ก็จะเขียนเส้นสลาก เส้นสลากนี้ สมัยก่อนจะใช้ใบลานแล้วจาร คำอุทิศ ลงไป แต่สมัยนี้นิยมใช้กระดาษแข็งแทนเพื่อความสะดวก ตัดเป็นแผ่นยาว ขนาดใบลาน คำอุทิศนั้น แล้วแต่ว่าจะอุทิศไปหาใคร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพรรพบุรุษผู้ล่วงลับ บ้างก็อุทิศไปหาเทวดา หรือทานไปหาผลบุญภายหน้า
ในวันงาน ชาวบ้านก็จะมากันทั้งบ้านทั้งเด็กหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ นำเสื่อ นำโต๊ะมาวางก๋วยสลาก แล้วนำเอาเส้นสลากไปรวมกัน เผื่อเอาคละกัน แล้วแบ่งเส้นสลากให้พระสงฆ์ที่มาในวันนั้น และจะแบ่งส่วนหนึ่งให้พระเจ้า
จากนั้นพระสงฆ์ที่ได้เส้นสลากก็จะประกาศและเดินหาสลากตามที่มีอยุ่ใสเส้นสลากนั้น ตอนนี้นับเป็นที่สนุกสนานในการตามหาเส้นสลากกันให้วุ่น เป็นโอกาสที่หนุ่ม ๆ จะช่วยสาว ๆ ในการหาเส้นสลากผูกไมตรีกันไปในตัวด้วย
เมื่อหาเส้นสลากเจอ พระก็จะอ่านข้อความในเส้นสลากให้ฟัง แล้วรับเอา “ก๋วยสลาก” และกล่าวอนุโมทนาพร แล้วก็คืนเส้นสลากให้เจ้าของ เมื่อเสร็จพิธี แต่ละคนก็จะนำเส้นสลากไปให้แก่วัด รวมเส้นสลากเหล่านั้น แล้วเผา ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

-----------------------------
เรียบเรียงจาก
มณี พยอมยงค์. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์. 2533 1
———————————————

   ประเพณีทานสลาก บ้างก็เรียกว่า" กิ๋นข้าวสลาก " หรือ " ตานก๋วยสลาก " ซึ่งก็คืองานประเพณีทำบุญสลากภัตต์ นิยมทำกันในช่วงราวปลายเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จะทำกันถี่มากในเดือนกันยายน เพราะถือว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่อดอยากของชาวบ้าน ข้าวเปลือกที่เก็บไว้ในยุ้งฉางก็ใกล้จะหมด หรือหมดไปแล้ว คนที่มีข้าวเปลือกก็จะเก็บไว้กินจนกว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ในปีต่อไป ( ในราวเดือนมกราคม ) ส่วนคนที่ซื้อกินข้าวสารก็จะหาซื้อยากและมีราคาแพง เมื่อคนทั่วไปอดอยากก็พากันคิดถึงผู้ที่เป็นญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วว่าคงจะไม่มีเครื่องอุปโภคบริโภคเช่นกัน จึงรวมกันจัดพิธีทำบุญสลากภัตต์ จัดข้าวปลาอาหารของกินของใช้ ไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนบุญให้แก่ญาติที่ล่วงลับไป โดยการทำบุญทานสลากภัตต์ จะไม่จำเพาะเจาะจงถวายแด่สงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง จึงทำสลากเขียนคำอุทิศลงในสลาก แล้วนำไปรวมปะปนกัน ให้พระภิกษุสามเณรจับสลาก หากภิกษุหรือสามเณรรูปใดจับสลากได้ " ก๋วยสลาก " หรือภาชนะที่บรรจุเครื่องไทยทานอันไหนก็ยกถวายแก่รูปนั้น
   วันงานทานข้าวสลากนี้ ชาวบ้านจะนัดหมายตกลงกันว่าวันทำพิธีนั้นให้มีงาน ๒ วัน คือวันแต่งดา หรือวันสุกดิบวันหนึ่ง และวันถวายทานอีกวันหนึ่ง ในวันแต่งดาทุกหลังคาเรือนจะจัดหาวัตถุของกินของใช้ตามกำลังศรัทธามาไว้ ญาติพี่น้องที่อยู่ต่างบ้านไม่ว่าใกล้หรือไกลเมื่อรู้ข่าวก็จะพากันมาช่วย และร่วมบริจาคจตุปัจจัยสมทบในการทำบุญบำเพ็ญทานตามสายญาติของตน

 

 

 

 




 
Time-Date


เว็บน่าสนใจ
สสวท.
SchoolNet
NECTEC
มูลนิธิโทเร
สารานุกรม ไทยฉบับเยาวชน

ข่าว-บันเทิง
<< โทรทัศน์ >>

ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 ไอทีวี

<< หนังสือพิมพ์ >>
<< เช็คเมล์ >>